ทุกวันนี้ผู้คนต่างสามารถพาตัวเองย้อนกลับไปในสภาพผิวหน้าของตนที่ดูอ่อนเยาว์ เสมือนพวกเขาย้อนกลับไปอยู่ในวัยสาวได้อีกครั้ง ทั้งด้วยการดูแลตัวเอง การเข้ารับการศัลยกรรม หรือรับบริการโปรแกรมหัตถการต่าง ๆ เพื่อย้อนสภาพผิวให้ปราศจากรอยเหี่ยวย่น ซึ่งมันน่ามหัศจรรย์มากที่เทคโนโลยีสมัยนี้ ในบางหัตถการ คนไข้ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดด้วยซ้ำ ก็สามารถมีผิวพรรณที่เต่งตึงกลับมาได้อีกครั้งหนึ่ง
เทคนิคการดึงหน้าทั้งแบบศัลยกรรม และการดึงหน้าแบบไม่ศัลยกรรมต่าง ๆ เหล่านี้มีอะไรกันบ้าง แล้วอะไรคือสาเหตุหลักที่ทำให้ใบหน้าของพวกเรามีรอยเหี่ยวย่นเพราะจะดีกว่าไหมหากเราแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ วันนี้ Wansiri Articles มีคำตอบให้แก่คุณ
เลือกหัวข้อที่สนใจ
สาเหตุของการเกิดรอยย่นบนผิวหน้า ?
นอกจากปัจจัยเรื่องอายุที่ทำให้คอลลาเจนลดลงแล้วเนี่ย ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดรอยย่นบนผิวหน้าได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการได้รับแสงแดดโดยตรงกับผิวมากเกินไป การเกิดไขมันบนหน้า การดื่มแอลกอฮอล์ และการการสูบบุหรี่ เป็นต้น
ส่วนใหญ่ปัญหาดังกล่าวจะพบเจอได้ตั้งแต่บริเวณช่วงบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็น ร่องแก้ม หรือ ร่องน้ำหมาก (Marionnette Lines) ลามยาวจนไปถึงบริเวณคอ
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ล้วนสามารถส่งผลให้ใบหน้าของเรามีรอยย่นที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น ผู้คนจึงพยายามหาวิธีลัดที่จะช่วยให้หน้าของพวกเขากลับมาเต่งตึงกระชับอีกครั้งในระยะเวลาอันสั้น และเห็นผลได้ชัดในระยะยาว
ประเภทของการดึงหน้า ด้วยการศัลยกรรม และศาสตร์ต่าง ๆ แบบสากล
การดึงหน้ามีหลากหลายประเภท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะ และกระบวนการ ซึ่งส่งผลต่อราคา และเทคนิคที่ใช้ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 หมวดหมู่หลัก ๆ คือ
1. Surgical Face Lift
Surgical Face Lift หรือการดึงหน้าด้วยการศัลยกรรม กระบวนการนี้จะใช้การเปิดแผลเพื่อดึงผิวหนังลดรอยย่นของผิวหน้าคนไข้ มักให้ผลลัพธ์ที่เห็นได้อย่างชัดเจนและยั่งยืน แต่จะใช้เวลาในการพักฟื้นนาน ซึ่งการดึงหน้าประเภทนี้จะประกอบไปด้วย
1.1 การศัลยกรรมดึงหน้าปกติดั้งเดิม (Traditional Face Lift)
เป็นกระบวนการแก้ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยในบริเวณชั้นตื้นๆ เท่านั้น โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณหน้าหู หลังหู และไรผม โดยจะเปิดผิวหน้าชั้นบนรอบใบหน้าของคนไข้ ยกให้ตึง และทำการตัดผิวหนังส่วนเกินออก
1.2 การศัลยกรรมดึงหน้ามินิ (Mini Face Lift)
เป็นการดึงหน้าที่มีขนาดเล็กกว่า Traditional Facelift แม้จะมีระยะฟื้นตัวที่สั้นกว่า แต่ก็มักเห็นผลลัพธ์ที่น้อยกว่าเช่นกัน
1.3 การศัลยกรรมดึงหน้าส่วนกลาง (Mid-Facelift)
เป็นการดึงหน้าที่เห็นผลลัพธ์บริเวณช่วงใบหน้าส่วนกลางของคนไข้ เหมาะสำหรับการปรับลดลักษณะของแกนใบหน้าเช่นบริเวณส่วนล่างของตาและแก้ม
1.4 Deep Plane Facelift
เป็นการดึงหน้าที่เน้นการยกทั้งชั้นผิวหนัง รวมถึงการยกถึงชั้นกล้ามเนื้อ SMAS (Superficial Musculo Aponeurotic system) โดยเฉพาะคนไข้ที่ทำการศัลยกรรมดึงหน้า Full Face Lift กับที่โรงพยาบาลวรรณสิริ คุณหมอก็จะทำการดึงผิวหนังไปจนถึงบริเวณคอ ดังนั้น คุณหมอจึงจำเป็นต้องยกถึงชั้น SMAS เพื่อให้เกิดผลการดึงหน้าที่เห็นได้อย่างชัดเจน
แอบกระซิบให้ผู้อ่านฟังเลยว่า นี่แหละคือเทคนิคที่ #หมอบีWansiri เลือกใช้ 😉
แถมคุณหมอที่วรรณสิริยังมีเทคนิคการศัลยกรรมตกแต่งผิวหนังใต้คางหรือเหนียง ที่เรียกว่า “Platysmaplasty” โดยการศัลยกรรมตกแต่งคางนี้ จะทำให้ผิวหนังบริเวณเหนียงที่หย่อนคล้อยประสานกันอย่างเรียบเนียนขึ้นหลังจากการดึงหน้า
ดังนั้น หากจะให้สรุปข้อดีของการศัลยกรรมดึงหน้าประเภท Deep Plane Face Lift ก็คือ คนไข้มักเห็นความเปลี่ยนแปลงหลังทำได้อย่างชัดเจน เพราะเป็นการดึงหน้าที่ละเอียด
ทั้งนี้ ยังมีหลายตำแหน่งที่ทางแพทย์โรงพยาบาลวรรณสิริสามารถแก้ไขเฉพาะจุดได้ และมีชื่อเรียกระดับการดึงหน้าที่แตกต่างออกไป
ที่โรงพยาบาลวรรณสิริ ก็ยังมีเทคนิคการดึงหน้าถึง 3 ระดับด้วยกัน !!
คือ Mini Lift, Anterion Lift และ Full Face Lift
ในส่วนของที่โรงพยาบาลวรรณสิริเอง เรามีบริการการศัลยกรรมดึงหน้าโปรแกรมแบบ Full Face Lift ซึ่งหมายถึงเป็นการดึงหน้าของคนไข้ตั้งแต่ส่วนบนใบหน้าจนไปถึงลำคอ
จะเป็นเทคนิคอะไรบ้าง และแต่ละเทคนิคแตกต่างกันอย่างไร สามารถเข้าไปอ่านต่อได้ที่หน้าหัตถการ “ศัลยกรรมดึงหน้า”
2. Non-Surgical Face Lift
Non-Surgical Face Lift หรือการดึงหน้าที่ไม่ใช้การผ่าตัด แต่ใช้การผสมผสานระหว่างศาสตร์ และเทคโนโลยีต่าง ๆ ในปัจจุบัน เช่นการฉีดสารเติมเต็ม หรือการปล่อยคลื่นความถี่วิทยุเพื่อกระตุ้นให้กลไกธรรมชาติของเรากลับมาสร้างคอลลาเจนเอง แน่นอนว่าการพักฟื้นจะสั้นเพราะไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่ แต่ในบางหัตถการอาจเห็นผลลัพธ์ได้เพียงชั่วคราว
2.1 Thread Lift
เป็นการดึงหน้าที่เห็นผลลัพธ์บริเวณช่วงใบหน้าส่วนกลางของคนไข้ เหมาะสำหรับการปรับลดลักษณะของแกนใบหน้าเช่นบริเวณส่วนล่างของตาและแก้ม
2.2. การยกกระชับหน้าด้วยการเติมเต็ม (Liquid Face Lift)
แต่ข้อเสีย (ซึ่งก็อาจเป็นข้อดีสำหรับบางคน) ก็คือ สารเติมเต็มเหล่านี้ จะไม่สามารถอยู่บนใบหน้าเราได้อย่างถาวร อีกทั้งถ้ายิ่งโดนแดด ก็จะทำให้สลายออกไปรวดเร็วขึ้น
2.3. Face Lift (หัตถการ)
เทคโนโลยีกระชับผิวใหม่ โดยวิธีนี้จะไม่ใช่กระบวนการที่ทำลายเซลล์ไขมัน แต่จะเป็นการส่งคลื่นความถี่วิทยุเข้าไปที่ชั้นผิวหนังแท้ และทำให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง ส่งผลให้ผิวกระชับ หรือสรุปง่าย ๆ ว่าเป็นการกระตุ้นด้วยอุณหภูมิให้ร่างกายกลับมาผลิตเซลล์ที่ทำให้ผิวหนังเรากลับมากระชับมากขึ้นนั่นเอง
อ่านมาถึงตรงนี้ ถือว่าโชคดีมากเลย เพราะที่โรงพยาบาลวรรณสิริ มี Wansiri Wellness ที่เป็นทั้งสถานที่ปรึกษาและดูแลผิวพรรณอย่างครบในที่เดียว
ใครอยากยกกระชับหน้าด้วยสารเติมเต็ม หรือด้วยเครื่องมือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ก็สามารถเข้ามาใช้บริการกันได้ที่ Wansiri Wellness ชั้น 4 โรงพยาบาลวรรณสิริ
สรุปแล้ว การทำหัตถการไม่ว่าจะเป็น Surgical และ Non-Surgical Face Lift ก็แล้วแต่จะขึ้นอยู่กับสะดวกและความต้องการของคนไข้แต่ละบุคคล รวมไปถึงในเรื่องของงบประมาณในการทำสวยและความเหมาะสมทางการแพทย์อีกด้วย